การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งโรงแรม (ภาคต่อ) PDF พิมพ์ ส่งเมล์
เขียนโดย Administrator   
อาทิตย์, 30 ตุลาคม 2016


การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งโรงแรม

  

การตลาด (The Market)

            ปริมาณความต้องการที่พักในแต่ละพื้นที่นับเป็นปัจจัยสำคัญที่จะต้องพิจารณา การวิเคราะห์หาปริมาณความต้องการห้องพักในโรงแรมของนักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจในพื้นที่นั้นทำได้โดยการสำรวจสถิติของผู้ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมไปถึงสถิติของการเดินทางมาถึงในเมืองนั้นและในระดับประเทศด้วย นอกจากนี้ เราควรพิจารณาการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับการตลาดได้ โดยหาค่าสถิติเหล่านี้จากคณะกรรมการที่รับผิดชอบดูแลด้านการท่องเที่ยวของท้องถิ่นและหอการค้าทั้งหลาย และค่าเฉลี่ยระยะเวลาพักของนักเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่นั้น เพื่อนำมาพิจารณาถึงความต้องการด้านห้องพักในโรงแรม

            สถานที่ตั้งของโรงแรมสามารถติดต่อกับตัวเมืองได้ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ก่อผลทางด้านบวกหรือด้านลบกับปริมาณความต้องการที่พัก เช่นการตั้งอยู่ใกล้สนามบิน (มักใช้ในการประเมินเรื่องของระยะทางและความสะดวกสบาย) การเชื่อมต่อกับตัวเมือง ใกล้กับแหล่งซื้อของ หรือแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติ เป็นต้น หากสถานที่ตั้งของโรงแรมอยู่ระหว่างสนามบินกับย่านธุรกิจในเมือง จะมีแนวโน้มที่นักเดินทางท่องเที่ยวมาพักบ่อยขึ้น

 

อุปทานด้านห้องพัก (Supply of Rooms)

            สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องมั่นใจว่ามีจำนวนห้องพักที่รองรับผู้เข้าพักได้เพียงพอ และมีอุปทานที่สนองต่อความต้องการในอนาคตด้วย

            อุปทานที่มีอยู่ควรจัดทำตารางข้อมูลด้วยการบันทึกชื่อโรงแรมในปัจจุบัน เครือข่ายหรือรูปแบบในสาขาอื่นๆ บันทึกจำนวนห้องพักที่เปิดให้บริการ ประเภทและขนาดของที่พัก และรวบรวมความคิดเห็นเกี่ยวกับทำเลที่ตั้งว่าดีหรือไม่ รวมถึงสำรวจสิ่งอำนวยความสะดวก โดยเฉพาะสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับกลุ่มประชุมสัมมนาหรือกลุ่มนักธุรกิจในปัจจุบัน และต้องวิเคราะห์พิจารณาในด้านคุณภาพด้วย

            ในทำนองเดียวกัน ควรมีการสำรวจตรวจสอบโรงแรมทุกแห่งที่นำเสนอว่าจะสร้างเครือข่ายของโรงแรมเหล่านี้ และจำนวนห้องพักทั้งหมดของโรงแรม สิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่เอาไว้รองรับแขก ต่างจำเป็นจะต้องมีการลงบันทึกตารางข้อมูลและจัดแบ่งตามระดับของบริการด้วย

 

สถานการณ์แรงงาน (Labor Situation)

            ปัญหาที่สำคัญประการหนึ่งของโครงการพัฒนาโรงแรมใหม่ที่ประสบความสำเร็จ คือการขาดแคลนแรงงาน ในหลายๆพื้นที่ อุตสาหกรรมโรงแรมเติบโตเร็วมาก เป็นผลให้เกิดความต้องการแรงงานเกินอุปทานที่มีอยู่ โดยเฉพาะการขาดแคลนในระดับหัวหน้างานขั้นต้น (Supervisor) และผู้บริหารงานระดับกลาง(Middle-management) ก่อนจะดำเนินการโครงการพัฒนาโรงแรมใหม่จึงต้องพิจารณาแหล่งในการหากำลังคนด้วย

            ถึงแม้ว่าจะมีแรงงานด้านอุตสาหกรรมโรงแรมเพียงพอต่อความต้องการแล้ว ควรคำนึงถึงต้นทุนด้านค่าจ้างและผลประโยชน์ตอบแทนด้วย เพราะสภาวะของอุตสาหกรรมของโรงแรมหรือของประเทศอาจจะส่งผลต่ออัตราเงินเดือนให้สูงกว่าปกติได้ ส่งผลให้โครงการที่กำลังศึกษาอยู่มีต้นทุนสูงและเป็นไปได้ยาก จึงต้องสำรวจแนวโน้มของค่าจ้าง แม้ว่าอัตราค่าจ้างในปัจจุบันจะเป็นที่ยอมรับได้ แต่อัตราค่าจ้างที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นอาจก่อแนวโน้มทำให้ระดับค่าจ้างสูงเกินเหตุในระยะเวลาอันสั้นได้

            สภาวะของสหภาพแรงงานจะต้องศึกษาความเหมาะสมในบางเมือง เช่น นิวยอร์ค แรงงานต้องการค่าแรงสูง แต่ไม่มีความยืดหยุ่นในการทำงาน โรงแรมจึงต้องให้คนภายนอกทำสัญญาเช่าดำเนินการด้านร้านอาหารแทน การได้มาและการทบทวนสัญญาว่าจ้าง(Labor contracts) ที่มีอยู่จะแสดงถึงดรรชนีแนวโน้มการตกลงว่าจ้างแรงงาน ดังนั้นการเก็บข้อมูลของสหภาพแรงงานจะเป็นตัวชี้วัดเกี่ยวกับปัจจัยด้านแรงงานได้มากที่สุดว่าสมเหตุสมผล มีความยืดหยุ่น และมีการเตรียมพร้อมเพื่อการต่อรองด้วยแนวความคิดความเชื่อที่ดี

            ท้ายที่สุด จะต้องพิจารณาคุณภาพแรงงานที่มีอยู่ด้วย เพราะหากคุณภาพต่ำจะส่งผลกระทบด้านลบต่อธุรกิจได้ และเกิดต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดหวังในการอบรมพนักงาน ค่าใช้จ่ายในการอบรมพนักงานอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาถึงต้นทุนทั้งหมดของโครงการด้วย

 

ความต้องการด้านห้องพัก (Room Demand)

            การเตรียมศึกษาความเป็นไปได้ อันได้แก่การประเมินความเหมาะสมของทำเลที่ตั้งโรงแรม วิเคราะห์การตลาดถึงปริมาณความต้องการด้านที่พักในพื้นที่ และปริมาณการรองรับได้ของห้องพักทั้งในปัจจุบันและอนาคต เหล่านี้เป็นการประเมินถึงการแข่งขันด้านธุรกิจแล้ว จากการวิเคราะห์สถิติด้านการเข้าพักและจำนวนคืนที่พัก โครงการที่ทำอยู่ในปัจจุบันควรจัดทำเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่พักในอนาคตด้วย โดยเปรียบเทียบให้เกิดการมองเห็นภาพของปริมาณห้องพักที่จะสอดคล้องกับปัจจัยด้านการตลาดในอนาคต

 

สิ่งอำนวยความสะดวกสบาย (Facilities)

            การวิเคราะห์การตลาดของโรงแรมควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าที่ใช้บริการ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ ค่านิยมทางวัฒนธรรม ระดับของรายได้ ประเทศที่ลูกค้าถือสัญชาติ รวมถึงศึกษาข้อมูลว่าแขกเป็นนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว หรือทั้งสองประเภท เมื่อได้ข้อมูลมาจะต้องนำไปวิเคราะห์อย่างละเอียดเพื่อตัดสินใจกำหนดรูปแบบของสิ่งอำนวยความสะดวกสบายของโรงแรม เช่นการกำหนดประเภทห้องอาหารจากเชื้อชาติของลูกค้า จากระดับรายได้ต่อปีของลูกค้าสามารถเป็นแนวทางหาความต้องการใช้บริการที่หรูหราฟุ่มเฟือยเช่น ไนต์คลับ(Night club) หรือ บริการด้านเครื่องดื่มเช่น บาร์(bars) และค็อกเทล เล้าจ์(Cocktail lounges)

            ความคาดหมายแนวโน้มของนักท่องเที่ยวเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับระดับของสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยวที่จำเป็นต้องจัดให้มีโดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกด้านการพักผ่อนนันทนาการต่างๆ เช่น สระว่ายน้ำ สนามเทนนิส และสนามกอล์ฟ เป็นต้น การวางแผนด้านสิ่งอำนวยความสะดวกจึงควรขึ้นอยู่กับตลาดมากกว่าการหาตลาดที่ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกที่จัดเอาไว้อยู่แล้ว

 

การวางแผนด้านการเงิน (Financial Projections)

            การรวบรวมข้อมูลด้านต่างๆที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เรียกได้ว่าเป็นการจัดเตรียมส่วนที่สำคัญที่สุดของการศึกษาความเป็นไปได้ นั่นคือ การวางแผนด้านการเงิน ความต้องการห้องพักในอนาคตจะพิจารณาจากการวิเคราะห์ด้านการตลาด ซึ่งควรจะเกี่ยวโยงกับปริมาณห้องพักเมื่อทำการตัดสินใจในด้านการวางแผนกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย ความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกันนี้ สามารถใช้คาดการณ์ปริมาณผู้เข้าพักของโรงแรมในช่วงเวลาหลายปีได้ การเปรียบเทียบอัตราค่าที่พักโดยคู่แข่งขันที่มีอยู่รวมถึงคุณภาพของสิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่จัดให้ จะเป็นตัวกำหนดอัตราค่าห้องพักที่เป็นที่ยอมรับของผู้มาใช้บริการในอนาคตได้ ปริมาณการเข้าพักกับอัตราค่าเฉลี่ยของราคาห้องพักทำให้สามารถคำนวณการขายห้องพักในอนาคตได้ การพิจารณาอย่างเหมาะสมในเรื่องของความต้องการที่เพิ่มขึ้นกับสภาวะเงินเฟ้อเพื่อใช้ประมาณยอดขายในปีแรก

            การวิเคราะห์ด้านการตลาดและการแข่งขัน ใช้คาดคะเนการสำรวจค่าเฉลี่ยปริมาณใบเสร็จและยอดการใช้บริการแต่ละห้องอาหารที่วางแผนไว้ รวมทั้งจำนวนลูกค้าที่ใช้บริการด้านอาหารและเครื่องดื่มและรายได้ทั้งหมดที่เกิดจากการขายอาหารและเครื่องดื่ม รายได้จากแผนกอื่นๆ ตามปกติจะวางแผนไว้ต้องมีการพิจารณา การกะประมาณการต้องทำขึ้นจากต้นทุนการขาย เงินเดือนค่าจ้าง และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดต่างๆ เพื่อให้ได้ยอดผลกำไรจากการดำเนินการที่ได้ประมาณไว้ ในการประมาณการตัวเลขเงินเดือนค่าจ้าง การวิเคราะห์สถานการณ์แรงงานจะเป็นแนวทางในการคิดคำนวณต้นทุนแรงงานในภาพรวมได้

            ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับเงินเดือนค่าจ้างจะรวมถึงผลประโยชน์ตอบแทนที่ลูกจ้างได้รับ การวางแผนจึงต้องจัดทำการเฉลี่ยเปอร์เซ็นต์ของอัตราค่าจ้างที่เป็นเงินสด ในความเป็นจริงอัตราค่าจ้างจะมีค่าเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการพิจารณาวางแผนไว้ล่วงหน้า ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆของแผนกมักใช้วิธีการคาดการณ์จากเปอร์เซ็นต์ของยอดขาย หรือจากรายรับของห้องพักต่อห้องของโรงแรมอื่นในพื้นที่ หรือโรงแรมในพื้นที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน

            การศึกษาความเป็นไปได้ที่แท้จริงคือ การพัฒนาการดำเนินการเพื่อให้เกิดรายได้ที่ได้มาจากโครงการ โดยเริ่มต้นจากการตรวจสอบขั้นพื้นฐานเพื่อกำหนดแหล่งที่ตั้ง ความสามารถของการดำเนินงานเพื่อให้เกิดรายได้คุ้มกับต้นทุนค่าใช้จ่าย ถือเป็นปัจจัยที่พึงพิจารณาในการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการสร้างโรงแรม 

 

 #งานโรงแรม #โปรแกรมโรงแรม #การจัดการโรงแรม #ระบบจองห้องพัก #ระบบโรงแรม #การบริหารโรงแรม #โปรแกรมหอพัก #ระบบจัดการหอพัก #ระบบหอพัก #โปรแกรมจองห้องพัก #โปรแกรมบริหารโรงแรม #ระบบจองห้อง #ระบบจองโรงแรม 

สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

Tel : 099-4146540 , 099-4544650

Line id : pangeline,blissfulpluem

Website:www.qsofttech.com

Email:

Facebook: https://www.facebook.com/qsofttechcenter

ดาวโหลดโปรแกรมโรงแรม High-Seasons  คลิ๊กที่นี่
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( อาทิตย์, 30 ตุลาคม 2016 )
< ก่อนหน้า   ถัดไป >